จระเข้น้ำเค็ม เพชฌฆาตสุดอันตรายแห่งดินแดนออสเตรเลีย

จระเข้น้ำเค็ม นั้นนับว่ามีสัตว์หลากหลายชนิดที่สามารถพบได้แถบจะทุกพื้นที่หนึ่งในนั้น

คือ จระเข้น้ำเค็ม ในพื้นที่ของออสเตรเลียมีจระเข้น้ำเค็มตามธรรมชาติอยู่จำนวนมากและจัดว่าเป็น

สัตว์ที่อันตรายต่อมนุษย์อย่างมากเมื่อเทียบกับจระเข้น้ำจืด จระเข้น้ำเค็มนั้นไม่ได้กระจายในพื้นที่

ออสเตรเลียเท่านั้นสามารถพบได้ในบริเวณเขตป่าร้อนชื้นใกล้ชายฝั่งและปากแม่น้ำแทบทุกพื้นที่

ทั่วโลกแต่บางประเทศนั้นจระเข้น้ำเค็มตามธรรมชาติค่อนข้างเหลือน้อยหรือแทบจะไม่พบแล้วใน

ปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะพบในเขตอุทยานแห่งชาติเท่านั้น จระเข้น้ำเค็ม หรือ จระเข้น้ำกร่อย, ไอ้เคี่ยม

หรือในประเทศไทยเรียกว่า จระเข้ทองหลาง จระเข้น้ำเค็มจัดว่าเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ใหญ่ที่สุดใน

โลกเท่าที่เคยพบมาและจัดว่าเป็นสายพันธุ์ดึกดำบรรพ์ที่ยังคงดำรงเผ่าพันธุ์จนถึงปัจจุบันโดยแทบ

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ของสัตว์สายพันธุ์นี้เลย จระเข้น้ำเค็มมีรูปร่างคล้ายคลึงกับจระเข้น้ำ

จืดเกือบทุกส่วนของร่างกายแต่จระเข้น้ำเค็มนั้นมีรูปร่างที่ใหญ่กว่าเกือบสองเท่าเมื่อโตเต็มวัย มีพัง

จระเข้น้ำเค็ม

จระเข้น้ำเค็ม

พืดที่เท้าหลังใช้ว่ายน้ำสังเกตง่ายๆว่าจระเข้ชนิดใดคือจระเข้น้ำเค็ม บริเวณท้ายทอยจะมีเกล็ด 4

เกล็ด ซึ่งจระเข้น้ำจืดไม่มีเกล็ดที่ท้ายทอย รวมถึงมีความดุร้ายกว่ารวมถึงยังเป็นอันตรายต่อสิ่งมี

ชีวิตทุกชนิดรวมถึงมนุษย์ด้วย เคยมีรายงานว่ามนุษย์เคยถูกจระเข้ทำร้ายด้วย ตัวโตเต็มวัยมีความ

ยาวถึง 4 – 6 เมตรหนักตั้งแต่ 700 – 1,000 กิโลกรัมรวมถึงมีขากรรไกรที่แข็งแรงมากและนับว่าเป็น

สัตว์ที่มีแรงกัดมากที่สุดชนิดหนึ่งของโลกโดยมีแรงกัดถึง 1,700 ปอนด์ สามารถกระโดดจากน้ำได้

สูงถึง 6 – 10 ฟุต สำหรับในพื้นที่ของประเทศออสเตรเลียและดินแดนใกล้เคียงมีจระเข้น้ำเค็มตาม

ธรรมชาติอยู่มาก เช่น อุทยานแห่งชาติคาคาคู, ทางตอนเหนือของประเทศในเขตป่าชายเลยและป่า

เขตร้อนใกล้ชายฝั่ง รวมถึงยังสามารถพบเจอได้ตามแหล่งที่อยู่อาศัยใกล้ชายฝั่งทะเลด้วย โดย

เฉพาะออสเตรเลียนั้นประชาชนที่อยู่ใกล้ชายฝั่งซึ่งเป็นเขตที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำเค็มต้อง

ระมัดระวังเป็นพิเศษซึ่งบางครั้งมันก็ขึ้นมาอาบแดดใกล้ๆกับบริเวณบ้านของผู้คน นอกจากนี้ในพื้นที่

ของรัฐฟอริด้า สหรัฐอเมริกา ก็มีจระเข้น้ำเค็มชุกชุมมากเช่นกัน สำหรับจระเข้น้ำเค็มใหญ่ที่สุดที่เคย

ค้นพบนั้นอยู่ที่ประเทศฟลิปปินส์ ถูกจับได้เมื่อวันที่ 3 กันยายน ปี 2011 จระเข้ตัวนี้มีความยาว 6.4

เมตรหนักประมาณ 1.1ตันคาดว่ามีอายุประมาณ 50 ปี ถูกบันทึกสถิติว่าเป็นจระเข้น้ำเค็มที่ใหญ่ที่สุด

ในโลก สำหรับในประเทศไทยไม่มีจระเข้น้ำเค็มตามธรรมชาติให้เห็นแล้วล่าสุดมีข่าวว่าพบจระเข้น้ำ

เค็มธรรมชาติโผล่ที่ชายฝั่งทางตะวันตกของเกาะภูเก็ตซึ่งก็ถูกเจ้าหน้าที่จับและนำไปเลี้ยงที่ศูนย์

อนุรักษ์พันธุ์สัตว์แล้ว

งูไทปัน งูพิษที่ร้ายแรงที่สุดติดอันดับโลก

งูไทปัน ของออสเตรเลียนั้นจัดว่ามีงูพิษร้ายแรงที่ติดอันดับต้นของโลกกว่า 12 สายพันธุ์หนึ่งใน

นั้นคือ งูไทปัน งูพิษชนิดนี้จัดว่าเป็นงูพิษที่กระจายตามพื้นที่ทะเลทรายของประเทศออสเตรเลีย

และในแถบปาปัวนิวกินี แต่มีถิ่นกำเนิดที่ออสเตรเลีย งูไทปัน จัดว่าเป็นงูพิษที่ร้ายแรงประเภทงูพิษ

เขี้ยวหน้าและพิษที่ร้ายแรงกว่าพิษของงูเห่าถึง 50 เท่าโดยพิษเพียง 1 มิลลิกรัมสามารถฆ่ามนุษย์

ได้ถึง 100 คน งูไทปันกระจายอยู่ตามพื้นที่ทะเลทรายของประเทศออสเตรเลียอาศัยอยู่ตามซอก

หิน ตัวโตเต็มวัยมีความยาว 2 – 3 เมตร ลักษณะลำตัวเรียวยาวและค่อยข้างเคลื่อนที่ว่องไว ลำตัวมี

ลักษณะมีสีน้ำตาลหรือสีเขียวไหม้ มีจุดดำตามเกล็ด ชื่อของงูไทปันนั้นมาจากแถบกำเนิดเดิมของ

มันคือเกาะไทปันในแถบเอเชีย-โอเชียเนีย ต่อมาได้เข้ามากระจายสายพันธุ์ตามพื้นที่ของ

ออสเตรเลียเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ อาหารของงูไทปันเช่น นกชนิดต่างๆ, หนู,

พอสซัม, จิงโจ้เล็ก หรือแม้แต่งูขนาดเล็กก็เช่นกัน งูไทปันค่อนข้างกระจายพันธุ์อย่างรวดเร็วตัวเมีย

ออกไข่ราว 10 – 15 ฟอง แม้ว่างูชนิดนี้จะกระจายสายพันธุ์มากแต่บางครั้งก็เป็นอาหารของนก

ขนาดใหญ่เช่น เหยียว และนกอินทรีเช่นกัน งูไทปันถูกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดย่อย คือ งูไทปัน

ธรรมดา, งูไทปันโพ้นทะเล และงูไทปันกลาง แต่ละชนิดมีพิษที่แตกต่างกันไปแต่สำหรับ งูไทปัน

โพ้นทะเลนั้นจัดว่าเป็นงูที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลก แต่มนุษย์ที่เสียชีวิตเพราะงูไทปันโพ้นทะเล

งูไทปัน

งูไทปัน

ค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีนิสัยขี้อายและกลัวคนมักจะหลบหนีเมื่อเจอมนุษย์มากกว่า และงูไทปัน

ธรรมดานั้นจัดว่าเป็นงูพิษที่มีพิษร้ายแรงติดอันดับสามของโลกและเป็นงูที่ค่อนข้างว่องไวกระจาย

สายพันธุ์ตามพื้นที่ทางเหนือของตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ รวมถึงเกาะนิวกินีด้วย สำหรับ

วิวัฒนาการของงูไทปันนั้นนักชีววิทยาเชื่อว่าสภาพที่แห้งแล้งของทะเลทรายนั้นทำให้งูสังหาร

เหยื่อโดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากในสภาพอากาศแบบนี้ สำหรับพิษของงูนั้นมีส่วนประกอบของ

สารนิวโรท็อกซิน, โปรตีนโปรโคอะกูเลนท์, สารไมโทซิน ซึ่งเป็นสารพิษที่ทำลายระบบกล้ามเนื้อ

และระบบการแข็งตัวของเลือด ทำให้แผลที่ถูกกัดมีเลือดไหลตลอดเวลา งูไทปันทั้ง 3 ชนิดนั้น

แม้ว่าจะเป็นงูตามธรรมชาติแต่บางครั้งก็สามารถพบเจอได้บ่อยครั้งในถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ โดย

เฉพาะในแถบชนบทจะสามารถพบได้มากที่สุด ซึ่งมักพบเจอได้ตามส่วนต่างๆของบ้านโดยเฉพาะ

ในช่วงฤดูหนาวนั้นเหล่างูจะเลื้อยเข้ามาเพื่อหาความอบอุ่นในบ้าน นอกจากนี้ยังสามารถพบเจอได้

ในรถยนต์ รองเท้าบูท หรือแม้แต่ในห้องนอนด้วย

จิงโจ้ สัตว์ประจำถิ่นแห่งออสเตรเลีย

จิงโจ้ ดินแดนของออสเตรเลียนั้นประเทศออสเตรเลียจัดว่ามีสัตว์ที่มีความหลากหลายมากที่สุดและ

จิงโจ้ สัตว์อีกสายพันธุ์หนึ่งที่สามารถพบได้จากประเทศนี้ จิงโจ้ เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มี

ลักษณะพิเศษคือเพศเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้องสำหรับเป็นหลบภัยของลูกอ่อน จัดอยู่ประเภทสัตว์

ขนาดใหญ่ จิงโจ้ เป็นสัตว์ประจำถิ่นของประเทศออสเตรเลียและมีกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ของ

ประเทศสามารถพบได้ในเมืองใหญ่ด้วย จิงโจ้นั้นเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการจากสัตว์ประเภทหนูเมื่อ

45 ล้านปีก่อน ซึ่งสัตว์ประเภทหนูดังกล่าวนั้นมีกระเป๋าหน้าท้อง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ

ต่อมาราว 7 – 8 ล้านปีก่อนนั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชื่อว่า วอลลาบี หรือจิงโจ้แคระก็ถือกำเนิดขึ้นมา

บางชนิดสามารถปืนป่ายตามต้นไม้ได้ ต่อมาจิงโจ้ได้วัฒนาการเรื่อยๆมาจนมีหลากหลายสายพันธุ์

ในออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็น จิงโจ้แดง, จิงโจ้สีเท้า โดยจิงโจ้แดงเป็นชนิดที่ใหญ่ที่สุด จิงโจ้มีชื่อ

จริงๆว่า แคงการู (Kangaroo) เป็นภาษาพื้นเมืองตะวันตกของประเทศ สำหรับคำว่าจิงโจ้นั้นใน

ภาษาไทยไม่มีชื่อที่มาชัดเจน โดยคำว่า แคงการูนั้นภาษาอะบอริจินแปลว่า ฉันไม่เข้าใจ ต่อมาคำ

ดังกล่าวกลายเป็นชื่อสามัญในภาษาอังกฤษของจิงโจ้ ทั้งนี้คำว่าจิงโจ้นั้นอาจมาจากการกระโดด

ของจิงโจ้เป็นคำแสลงจากภาษาไทยคำว่า ชิงช้า และเรียกผิดเพี้ยนเป็น จิงโจ้ก็เป็นได้ จิงโจ้มี

จิงโจ้

จิงโจ้

 

ลักษณะที่หลากหลายตามชนิดส่วนใหญ่มีความสูงราว 30 – 45 ซม. ตัวโตเต็มวัยมีความสูง 6 ฟุต

หนักราว 1.5 ปอนด์ ลำตัวงอคล้ายตัว L มีอุ้งเท้าหลังที่ใหญ่และมีกำลังมากโดยใช้กระโดดหนีศัตรู

ส่วนอุ้งเท้าหน้าขนาดเล็กกว่าใช้ในการขวักดินหาอาหาร จิงโจ้เป็นสัตว์ที่ค่อนข้างมีความแข็งแรง

มาก นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าจิงโจ้นั้นอาจเป็นสัตว์ที่กลายพันธุ์จากสภาพแวดล้อมของทวีป

ออสเตรเลียซึ่งสัตว์ต้องปรับสภาพตามภูมิอากาศ โดยจิงโจ้เป็นสัตว์ชนิดเดียวที่กระจายพันธุ์และ

ลอาศัยในพื้นที่ของออสเตรเลียเท่านั้น อาหารหลักของจิงโจ้ส่วนใหญ่คือ หญ้า และแมลงบางชนิด

กระเป๋าหน้าท้องของจิงโจ้นั้นมีเฉพาะในเพศเมียเท่านั้นภายในคือเต้านมเพื่อให้ลูกอ่อนดื่มนม

ภายใน โดยจิงโจ้เพศเมียจะตั้งท้องราว 30 – 45 วัน เมื่อตัวอ่อนเกิดลงแม่จะนำลูกอ่อนใส่กระเป๋า

หน้าท้องโดยลูกอ่อนจะอาศัยภายในจนอายุ 1 ปีถึงจะออกจากกระเป๋าหน้าท้องของแม่ จิงโจ้จัดว่า

เป็นสัตว์ประจำชาติของประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นของประเทศ อีกทั้งยังจัดว่าเป็น

สัตว์คุ้มครองห้ามไม่ให้ใครทำร้ายจิงโจ้ นั่นทำให้จิงโจ้สามารถกระจายสายพันธุ์ไปทั่วออสเตรเลีย

ทั้งจิงโจ้นั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่ค่อนข้างดุร้ายโดยเฉพาะตัวผู้หากเข้าใกล้ถิ่นของจิงโจ้อาจทำให้คนที่

เข้าใกล้ถูกทำร้ายบาดเจ็บได้